[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

แมวลายหินอ่อน Pardofelis marmorata
                                                                              แมวลายหินอ่อน    Pardofelis marmorata

                            สัตว์จำพวกเสือในวงศ์ Felidae จำแนกออกได้เป็น 3 จำพวก หรือวงศ์ย่อย คือ Pantherinae Felinae และ Acinonychinae โดยพิจารณาจากลักษณะของซอง หรือ ปลอกเล็บ ซึ่งเป็นแผ่นหนังหุ้มอยู่ปลายนิ้วเท้า และกระดูกกล่องเสียง (Hyoid Apparatus) ที่บริเวณลำคอ ทั้งนี้เสือที่จัดอยู่ในพวก Pantherinae จะมีซองหุ้มเล็บได้ทั้งหมด กระดูก กล่องเสียงชิ้นกลางดัดแปลง มีลักษณะเป็นแถบเส้นเอ็นสั่นไหวได้ดี เรียกว่าพวกเสือใหญ่ได้แก่ เสือโคร่ง เสือดาว-เสือดำ และสิงโต (ไม่มีในประเทศไทย) ต่างจากพวกเสือในวงศ์ย่อย Felinae ซึ่งมีซองหุ้มเล็บ แต่กระดูกกล่องเสียงไม่มีแถบเส้นเสียง จึงคำรามไม่ได้ เป็นแต่ เสียงร้องธรรมดา และโดยเฉลี่ยแล้วมีขนาดเล็ก จึงเรียกว่าเป็นเสือเล็กหรือแมวป่า ได้แก่ ส่วนใหญ่ของพวกเสือทั้งหมด เฉพาะในประเทศไทย มี 7 ชนิด รวมทั้งแมวลายหินอ่อน ส่วนเสือในวงศ์ย่อย Acinonychinae ไม่มีซองหุ้มเล็บและไม่มีเส้นเสียง มีเพียงชนิดเดียวคือ เสือชีต้าช์ (ไม่มีในประเทศไทย) เสือหรือแมวป่าทุกชนิด เป็นสัตว์กินเนื้อที่มีวิวัฒนาการมาเพื่อเป็นนักล่าเหยื่อ อย่างแท้จริง ตามลำดับตัวประกอบไป ด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ยืดหยุ่นและแข็งแรง หัวกลม ฟันพัฒนามาเพื่อเหมาะแก่การกัดกินเนื้อสัตว์ มีเขี้ยวขนาดใหญ่ยาวและเหลมคม 2 คู่ ใช้กัดสังหาร เหยื่อ ส่วนฟันกรามมีลักษณะคคมล้ายใบมีดใช้สำหรับกัดฉีกเนื้อ มีเล็แหลมคม ทุกนิ้ว ปกติเล็บจะถูกเก็บไวในซองเล็บ เวลาเดินเล็บจึงไม่สัมผัสกับพื้นดิน ครั้นเวลาจะใช้ ต่อสู้หรือล่าเหยื่อ เล็บจะกางออกเป็นกรงเล็บได้ โดยอาศัยการหดตัวของกล้ามเนื้อที่นิ้วเท้า ทำให้เล็บมีความแหลมคมใช้เป็นอาวุธได้ดีมาก ส่วนของเท้ามีการพัฒนา เพื่อการเดินด้วย ปลายนิ้ว คล้ายกับการเต้นบัลเลต์ นิ้วเท้าและฝ่าเท้าเปลี่ยนรูปร่างเป็นปุ่มนิ้วและปุ่มฝ่าเท้า ซึ่งจะมีแผ่นหนังหนาๆ หุ้มรองอยู่ ใช้สำหรับรับน้ำหนักตัว ส่วนส้นเท้าและข้อเท้ายกสูงเหนือพื้น เท้าหน้ามี 5 นิ้ว แต่นิ้วโป้งสั้นแบะแยกสูงกว่าอีก 4 นิ้วคล้ายมือ จึงเหมาะต่อการตะปบคว้าเหยื่อ เท้าหลังมี 4 นิ้ว ขนาดเท่าๆ กัน รอยเท้าของสัตว์จำพวกเสือจึงปรากฎให้เห็นแต่รอยปุ่มนิ้ว และปุ่มเากลมๆ ข้างละ 4 นิ้วคล้ายกันทัเเท้าหน้าและเท้าหลัง นอกจากนี้ใต้ฝ่าเท้า และร่องนิ้ว จะมีขนนุ่มปกคลุมทั่ว ทำให้การเคลื่อนที่เป็นไปได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็วและเงียบ ตามีขนาดใหญ่ ตำแหน่งของตาอยู่ด้านหน้าและใกล้กัน ทำให้การมองภาพ มีประสิทธิภาพสูง และการกะระยะแม่นยำ ใบหูกลมมีกล้ามเนื้อสำหรับขยับใบหู เพื่อปรับทิศทาง รับเสียงได้ และมีประสาทรับฟังเสียงดีมากการดำรงชีวติของเสือส่วนใหญ่จึงอาศัยตา กับหู เป็นสำคัญมมากกว่าใช้จมูกดมกลิ่นอย่างสัตว์กินเนื้อประเภทอื่นนอกจากนี้ยังมีขนหนวดยาว และขนยาวที่ฝ่าเท้า ซึ่งเป็นเส้นขนที่มีเส้นประสาทวบคุม จึงรับความรู้สึกสัมผัสได้ดี ใช้ในการหา ทิศทางในที่มืดได้เป็นอย่างดี การจัดอนุกรมวิธานของพวกเสือหรือแมวป่า มีปัญหาในการพิจารณามาก เนื่องจาก มีรูปพรรณสัณฐานและพฤติกรรมใกล้เคียงกัน ส่วนมากจะแตกต่างกันที่โครงร่างบางอย่าง เช่น ขนาด สีขน หรือลวดลายตามตัวแต่เดิมจึงนิยมจำแนกรวมกันไว้ในสกุลเดียวกัน คือ Felis ปัจจุบันนิยมจำแนกต่างสกุลกันออกไปตามลักษณะเด่นเฉพาะตัว

ลักษณะเด่น
                  แมวลายหินอ่อน จัดอยู่ในจำพวกเสือเล็ก วงศ์ย่อย Felinae เนื่องจากกระดูก กล่องเสียง ไม่มีเส้นสายเสียงจึงคำรามดังกังวานอย่าง เสือโคร่งหรือเสือดาว-เสือดำไม่ได้ ขนาดตัวโตกว่าแมวบ้านไม่มากนัก และมีลวดลายตามตัวดูเลอะเลือนคล้ายลายหินอ่อนขัด จึงเรียกชื่อว่า แมวลายหินอ่อน ลักษณะคล้ายเสือลายเมฆ แตกต่างกันที่ขนาดเล็กกว่ากันมาก หัวกลม ลำตัวยาว หางเป็นพวงยาว ความยาวาของหางมากกว่าความยาวของช่วงตัวและหัวรวมกัน ใบหูกลม หลังใบหูสีดำมีแต้มจุดสีขาวตรงกลางล้ายหูแมวดาว ขนตามตัวนุ่มหนาสีน้ำตาลแกมเหลือง ขนท้องสีอ่อนกว่า ม่านตากลมใหญ่สีน้ำตาล คางและริมฝีปากบนสีขาว เขี้ยวคู่บนไม่ใหญ่ และยาวอย่างเขี้ยวเสือลายเมฆ มีพังผืดระหว่างนิ้วเท้า ซองหุ้มเล็บที่ปลายนิ้วแต่ละนิ้วมี 2 ชั้น ทำให้สามารถดึงเล็บเก็บไว้ในซองเล็บได้ทั้งหมด ลายตามตัวขนาดใหญ่ค่อนข้าง เลอะเลือนและ ต่อเนื่องกัน ขอบลายไม่แยกเป็นวงชัดเจนอย่างเสือลายเมฆ ส่วนหางมีลายเป็นจุด ๆ ดำ ๆ ขนาดของแมงลายหินอ่อนพันธุ์ไทย ขนาดตัว 45-53 เซนติเมตร หางยาว 47.5-55.0 เซนติเมตร ช่วงขาหลัง 11.5 - 12.0 เซนติเมตร น้ำหนักตัว 2-5 กิโลกรัม

การกระจายพันธุ์
                เขตการกระจายพันธุ์ของแมวลายหินอ่อนมีอยู่เฉพาะในทวีปเอเซีย บริเวณตั้งแต่ แถบเทือกเขาหิมาลัยในประเทศเนปาล สิกขิม แคว้นอัสสัมของอินเดีย เมียนม่าร์ ไทย กลุ่ม ประเทศอินโดจีน มาเลเซีย สุมาตราและบอร์เนียว ปัจจุบนมีเหลืออยู่น้อยมากในทุก ๆ แหล่ง คาดว่ายังคงมีอาศัยอยู่ตามภูเขาสูงภาคตะวันออกของอินเดียและบอร์เนียว ในประเทศไทยแหล่งที่อยู่ของแมวลายหินอ่อน พบอยู่ตามป่าดิบแถบเทือกเขาตะนาวศรี และป่าทางภาคใต้ ปัจจุบันมีเหลืออยู่น้อยหาได้ยาก แหล่งที่ยังคงมีแมวลายหินอ่อนอาศัยอยู่ แน่นอนคือ ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี (รายงานในปี 2537, กรมป่าไม้)

อุปนิสัยและการสืบพันธุ์
              .แมวลายหินอ่อนมีความสามารถในการหลบซ่อน พรางตัวตามป่ารกทึบได้เก่ง ทำให้พบ เห็นตัวในธรรมชาติได้ยากเป็นสาเหตุหนึ่ง ทำให้ไม่ค่อยทราบจำนวนประชากรที่แท้จริง ของแมว ลายหินอ่อนในแต่ละพื้นที่ปีนต้นไม้เก่ง แต่ปกติแล้วชอบอาศัยหากิน อยู่ตามพื้นป่าดิบทึบ ใกล้แหล่งน้ำ ไม่ค่อยอยู่บนต้นไม้สูงเป็นประจำอย่างเสือลายเมฆ ออกหากินตอนกลางคือน อาหารได้แก่สัตว์ขนาดเล็ก ๆ ที่พบตามพื้นป่า เช่น หนู กระรอกและนกต่าง ๆ นิสัยคอนข้าง ดุร้างกว่าแมวป่าชนิดอื่น ๆ การล่าเหยื่อมักใช้วิธีการวิ่งไล่จับเหยื่อตามพื้นป่าอย่างเงียบ ๆ ไม่ใช้วิธีการดักซุ่มอยู่ตามคาคบไม้อย่างเสือลายเมฆ พฤติกรรมการสืบพันธุ์ส่วนใหญ่ได้จากการศึกษา แมวลายหินอ่อนในสวนสัตว์ พบว่า ค่อนข้างคล้ายกับแมวบ้าน ผสมพันธุ์ได้ตลอดปี ระยะตั้งท้อง 66-82 วัน ลูกแรกเกิด ยังไม่ลืมตา จนอายุประมาณ 12 วัน จึงจะลืมตาได้และเริ่มหัดเดินเมื่ออายุประมาณ 15 วัน หย่านมอายุประมาณ 121 วัน อายุยืนประมาณ 12 ปี

สาเหตุการใกล้สูญพันธุ์
                เนื่องจากเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบอยู่ใกล้คน ชอบซุกซ่อนพรางตัวอยู่ตามป่าทึบ ที่ห่างไกล คน เมื่อพบคคนจึงแสดงอาการดุร้าย ทำให้ถูกฆ่าตายไป ประกอบกับเป็นเสือที่มีลักษณะ สวยงามหาได้ยากมาก เป็นที่ต้องการของสวนสัตว์ต่าง ๆ และพวกชอบเลี้ยงสัตว์ป่าที่หายาก จึงเป็นสัตว์ป่าทีมีราคาแพงมากชนิดหนึ่ง ทำให้มีการพยายามลักลอบดักจับขายกันเสมอ ๆ นอกจากนี้ป่าดิบชื้น ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญถูกทำลายลงไปมาก ทำให้ประชากรของ แมวลาย หินอ่อน ลดน้อยลงอย่างรวดเร็วจนน่าวิตกกว่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้





รายละเอียด


โดย: มิส  ศิริกุล    สถิตมิลินทากาศ
งาน: งานผลิตเอกสาร
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: romeocamping

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 251 ครั้ง